ผู้มีส่วนได้เสียและประเด็นด้านความยั่งยืน

MTC Value Chain

การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ มุ่งให้บริการปล่อยสินเชื่อแก่ลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้กำหนดผู้มีส่วนได้เสียโดยพิจารณาจากห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งประกอบด้วย 5 กระบวนการหลัก ได้แก่

1. การบริหารแหล่งเงินทุน มีนโยบายการสรรหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำจากหลายสถาบันทางการเงินให้เพียงพอต่อการเติบโตของธุรกิจ

2. กระบวนการพิจารณาการปล่อยสินเชื่อ มีการพิจารณาสินเชื่อผ่านวิธีการประเมินสินเชื่อแบบอ้างอิงตามสภาพทรัพย์สินแทนการใช้ข้อมูลทางด้านรายได้หรือเครดิตบูโรของลูกค้า เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้

3. การจัดการบริหารลูกค้า มีนโยบายด้านการพัฒนาประสบการณ์ ด้วยการให้บริการที่เป็นเลิศ การพัฒนา Application เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน รวมถึงนโยบายการรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

4. การติดตามและจัดเก็บหนี้ มีนโยบายด้านการพัฒนาจริยธรรมของอุตสาหกรรม รวมถึงการจัดอบรมขั้นตอนการติดตามและจัดเก็บหนี้ที่ถูกต้องตามข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การจัดทำโครงการคลินิกแก้หนี้ และโครงการฟ้าส้มของธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อให้ลูกค้ามีสภาพคล่องทางการเงินและลดปัญหาหนี้เสียที่เกิดขึ้น

5. การขยายพอร์ตสินเชื่อ โดยมีกระบวนการรักษาฐานลูกค้าเดิม เพิ่มฐานลูกค้าใหม่จากการขยายการเข้าถึงของลูกค้าด้วยการเปิดสาขาเพิ่มขึ้นครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ทั่วประเทศรวมถึงการยกฐานะสาขาให้สามารถรองรับและบริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

การบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสีย

การบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียส่งผลให้บริษัทฯ ทราบถึงความคาดหวัง ความต้องการ ซึ่งมีส่วนช่วยให้บริษัทฯ สามารถกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ ซึ่งถือเป็นแนวทางหนึ่งสู่การขับเคลื่อนเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตลอดจนทราบถึงผลกระทบที่บริษัทมีต่อผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทฯ มีแนวทางในการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียดังนี้

1. การระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Identification) จะพิจารณาถึงบุคคล กลุ่มบุคคล หรือหน่วยงานที่สามารถสร้างผลกระทบหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์กรในลักษณะการมีส่วนร่วมต่างๆ เช่น การพึ่งพาอาศัย (Dependency) ความรับผิดชอบ (Responsibility) อิทธิพล (Influence) โดยบริษัทฯ แบ่งผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญออกเป็น 7 กลุ่ม

2. การจัดลำดับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Prioritization) บริษัทฯ จัดลำดับความสำคัญของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยใช้แนวทางการพิจารณาความมีอิทธิพลและความสนใจต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ (Influence and Interest) ระบุลงในแผนผังของการจัดลำดับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder matrix) ได้ดังนี้

โดยกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ ได้แก่ กลุ่มลูกค้า กลุ่มผู้ถือหุ้น/นักลงทุน/เจ้าหนี้ และ กลุ่มพนักงาน/ผู้บริหาร/คณะกรรมการ

3. การวางแผนและดำเนินการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Planning and Implementation) บริษัทฯ กำหนดแนวทางการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืน เพื่อตอบสนองความคาดหวัง ซึ่งมีความแตกต่างกันในแต่ละกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังตารางต่อไปนี้

กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย แนวทางการมีส่วนร่วม ความถี่ ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย แนวทางการดำเนินงาน / เป้าหมาย

1. ลูกค้า

1.

Contact Center 1455

2.

สำนักงานสาขา

3.

Social Media

4.

Muangthai Capital Application 4.0

5.

แบบประเมินความพึงพอใจลูกค้า

6.

ช่องทางรับเรื่องร้องเรียน

7.

กิจกรรมทางการตลาด

8.

Website Company

9.

E-mail

ทุกวัน







______________________

ทุกเดือน





______________________

ไม่มีกำหนด

-

ขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อที่รวดเร็ว

-

วงเงินที่ได้รับอนุมัติเหมาะสม

-

มีช่องทางการชำระเงินที่สะดวก รวดเร็ว

-

ปรับลดอัตราดอกเบี้ย / ค่าธรรมเนียม

-

การรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า

-

คำนึงถึง ESG ตลอดกระบวนการอนุมัติสินเชื่อ

-

ขยายสาขาเพื่อเพิ่มการเข้าถึงการให้บริการ

-

สร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้าด้วยบริการที่เป็นเลิศ ทั่วถึง และเท่าเทียม

-

เคารพต่อความพึงพอใจ สิทธิ และข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า

-

ติดตามข้อร้องเรียนอย่างรอบด้าน

-

นำ Feedback มาปรับปรุงการบริการ

2. ผู้ถือหุ้น / นักลงทุน / เจ้าหนี้

1.

การประชุมสามัญผู้ถือหุ้น

2.

Opportunity Day

3.

สื่อสารผ่านตลาดหลักทรัพย์

4.

IR Website

5.

IR Contact

6.

ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน

ประจำปี / ไตรมาส



ไม่มีกำหนด




-

ผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่อง

-

การกำกับดูแลกิจการที่ดี

-

เป็นองค์กรที่มีความมั่นคง โปร่งใส และเติบโตอย่างยั่งยืน

-

ทบทวนและปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับสภาวการณ์

-

มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี

-

บริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ

3. พนักงาน / ผู้บริหาร / คณะกรรมการ

1.

การจัดประชุมผู้บริหารประจำเดือน

2.

ประกาศ/คำสั่ง

3.

MTC University

4.

การจัดประชุมคณะกรรมการ

5.

การจัดอบรมสัมมนา

6.

แบบประเมินความพึงพอใจพนักงาน

7.

ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน

ทุกเดือน




______________________

ทุกไตรมาส


______________________

ทุกปี


______________________



ไม่มีกำหนด

-

สภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี

-

ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม

-

ความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อนร่วมงาน

-

มีความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนบุคคล

-

ดูแลความสะอาดเรียบร้อยของสถานที่ทำงาน

-

สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง

-

ยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชน

-

จัดให้มีการอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรภายในองค์กร

4. คู่ค้า

1.

Site Visit

2.

แบบประเมินความเสี่ยงคู่ค้า

3.

นโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง

4.

Website Company

5.

E-mail

6.

ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน



ปีละ 1 ครั้ง

______________________



ไม่มีกำหนด


-

มีความร่วมมือในการดำเนินงานต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับผลประโยชน์สูงสุด

-

เกณฑ์การประเมินและคัดเลือกที่ได้มาตรฐาน

-

กำหนดระยะเวลาชำระเงินแก่คู่ค้าอย่างเป็นธรรม

-

บริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อ ESG

-

บริหารการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส

-

กำหนดระยะเวลาชำระเงินแก่คู่ค้าอย่างเป็นธรรม

5. คู่แข่งทางธุรกิจ

1.

การประชุมสมาคมการค้าผู้ประกอบสินเชื่อทะเบียนรถ

2.

การประชุมชมรมสินเชื่อส่วนบุคคล

3.

การประชุมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นตามวาระต่าง ๆ








ไม่มีกำหนด




-

แข่งขันอย่างเป็นธรรม

-

การยกระดับอุตสาหกรรมร่วมกัน

-

การให้ความร่วมมือกับสมาคมสินเชื่อทะเบียนรถ/ส่วนบุคคลในการปฏิบัติตามเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับ

-

ให้ความร่วมมือกับสมาคมการค้าผู้ประกอบสินเชื่อทะเบียนรถ เพื่อการยกระดับอุตสาหกรรมร่วมกัน

6. ชุมชนและสังคม

1.

การดำเนินงานด้านสังคม








ปีละ 1 ครั้ง




-

แสดงความรับผิดชอบด้านสุขภาพและความปลอดภัยของชุมชน

-

พิจารณาผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

-

ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

-

สร้างความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ กับชุมชนผ่านโครงการเพื่อสังคมต่างๆ

-

ดำเนินธุรกิจด้วยความใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

7. หน่วยงานกำกับ (ธนาคารแห่งประเทศไทย/สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค/นโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ)

1.

การประชุม/รับฟังความคิดเห็น

2.

การติดต่อประสานงานกับหน่วยงาน

3.

Site Visit

4.

E-mail








ไม่มีกำหนด




-

สนับสนุนนโยบายและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่กำหนดได้อย่างเหมาะสม

-

การบริหารจัดการที่โปร่งใส

-

ปรับปรุงการดำเนินงานให้สอดคล้องกับที่กำหนด

-

ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับอยู่เสมอ

ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้นำแนวทางการการประเมินประเด็นสำคัญแบบ Double Materiality มาใช้ โดยพิจารณาว่าประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกระทบกับมูลค่าทางการเงินของบริษัทฯ (Financial Materiality) อย่างไร ควบคู่ไปกับการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ในวงกว้าง (Impact Materiality)

การบูรณาการมุมมองทั้งสองมิติ (Double Materiality) ช่วยให้บริษัทฯ มีกรอบการทำงานที่สมบูรณ์ในการกำหนดกลยุทธ์ความยั่งยืน โดยสร้างสมดุลระหว่างความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กับการสร้างมูลค่าทางธุรกิจที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส

Impact Materiality

เป็นการประเมินว่าบริษัทฯ สร้างผลกระทบอย่างไรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ผ่านการดำเนินธุรกิจที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การให้บริการทางการเงิน การบริหารจัดการองค์กร ไปจนถึงผลกระทบต่อลูกค้าและชุมชน โดยมุ่งเน้นการระบุและประเมินผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบที่เกิดขึ้นจริง เพื่อสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม

Financial Materiality

เป็นการประเมินว่าประเด็นด้านความยั่งยืนส่งผลต่อผลทางการเงินและมูลค่าของบริษัทฯ อย่างไร เพื่อทำความเข้าใจความสำคัญในเชิงการเงินของประเด็นความยั่งยืนและความเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยอาจสร้างทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่ส่งผลต่อ รายได้ ต้นทุนทางการเงิน และความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

กระบวนการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน

บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินความสำคัญของประเด็นสาระสำคัญ (Materiality Assessment) ตามแนวทาง Double Materiality โดยมีกระบวนการ ดังนี้

1. การระบุประเด็นด้านความยั่งยืน

บริษัทศึกษาประเด็นสาระสำคัญด้านความยั่งยืนจากแนวโน้มระดับประเทศและระดับโลก และการเปรียบเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อระบุประเด็นที่สอดคล้องกับบริบทขององค์กร โดยการคัดเลือกพิจารณาจาก

  • มาตรฐานการรายงานสากล GRI และ IFRS
  • กฎระเบียบข้อบังคับ เช่น พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • ประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรมสินเชื่อรายย่อยและภาคการเงิน
  • ความคาดหวังและข้อกังวลของผู้มีส่วนได้เสีย

2. การประเมินผลกระทบประเด็นในสองมิติ

1. ประเมินผลกระทบด้านความยั่งยืน (Impact Materiality)

ประเมินระดับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมที่เกิดขึ้นพิจารณาจาก

  • ขนาดและขอบเขตของผลกระทบ
  • ความรุนแรงและความสามารถในการแก้ไข
  • ความน่าจะเป็นของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

2. ประเมินผลกระทบทางธุรกิจ (Financial Materiality)

ประเมินระดับผลกระทบต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน พิจารณาจาก

  • ผลกระทบทางการเงิน (Magnitude) มูลค่าทางการเงินที่อาจได้รับหรือสูญเสีย
  • ความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้น (Likelihood) โอกาสที่จะเกิดขึ้นจริง
  • ระยะเวลาที่ผลกระทบจะเกิดขึ้น (Time Horizon) ระยะสั้น (<1 ปี) ระยะกลาง (1-5 ปี) และระยะยาว (>5 ปี)

3. การจัดลำดับความสำคัญ

บริษัทนำผลการประเมินจากทั้งสองมิติมาจัดลำดับความสำคัญของประเด็นด้านความยั่งยืน และจัดทำแผนภาพสาระสำคัญเพื่อสะท้อนความสัมพันธ์ของผลกระทบที่มีนัยสำคัญในแต่ละมิติ

4. การทบทวนประเด็นความยั่งยืน

ผลการประเมินจะได้รับการทบทวนและอนุมัติโดยคณะกรรมการบริหารความยั่งยืน และคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับทิศทางกลยุทธ์และสามารถตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดลำดับความสำคัญของประเด็นความยั่งยืน

ตารางประเด็นความยั่งยืน

ประเด็น ระดับผลกระทบ ผลกระทบต่อสังคม
และสิ่งแวดล้อม
ผลกระทบทางการเงิน
ของบริษัทฯ
ตัวชี้วัด เป้าหมาย ผลลัพธ์
E&S การเงิน

1. การกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจ


การกำกับดูแลกิจการที่ดีด้วยความโปร่งใส รับผิดชอบ และตรวจสอบได้

ปานกลาง

สูง

ผลกระทบเชิงบวก

1. มีส่วนในการสร้างเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในระบบธุรกิจ
2. ลดความเสี่ยงที่ผู้มีส่วนได้เสียจะได้รับผลกระทบจากการทุจริตหรือการใช้อำนาจโดยมิชอบ

ผลกระทบเชิงลบ

1. ส่งผลให้สังคมและผู้มีส่วนได้เสีย ได้รับความเสียหายจากการเอาเปรียบหรือการละเมิดสิทธิ

ผลกระทบเชิงบวก

1. สนับสนุนการตัดสินใจที่รอบคอบและเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านเสถียรภาพทางการเงิน

ผลกระทบเชิงลบ

1. อาจนำไปสู่คดีความ บทลงโทษ และความเสียหายทางการเงิน
2. อาจกระทบต่อชื่อเสียง ความเชื่อมั่นของลูกค้าและการเติบโตในระยะยาว

เปิดเผยผลการดำเนินงานอย่างโปร่งใส

100%

100%

2. การพัฒนานวัตกรรมและเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล


การพัฒนาองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการเข้าถึงบริการของลูกค้า

ปานกลาง

ปานกลาง

ผลกระทบเชิงบวก

1. ลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการเดินทางและการใช้ทรัพยากร ผ่านบริการดิจิทัล
2. ขยายขอบเขตการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

ผลกระทบเชิงลบ

1. อาจเกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการ

ผลกระทบเชิงบวก

1. เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและความรวดเร็วในการให้บริการ
2. โอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์/บริการใหม่ ขยายความสามารถการแข่งขัน

ผลกระทบเชิงลบ

1. ค่าใช้จ่ายการพัฒนาและดูแล
2. ความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์อาจกระทบการดำเนินงานและความเชื่อมั่นของลูกค้า

จำนวนผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน

เพิ่มขึ้น
25%

เพิ่มขึ้น
26.71%

3. การบริหารจัดการความเสี่ยง


การบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบในทุกมิติ เพื่อเสริมความมั่นคงทางธุรกิจและลดผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย

ปานกลาง

สูง

ผลกระทบเชิงบวก

1. ลดความเสี่ยงที่ลูกค้าจะได้รับผลกระทบจากการเป็นหนี้เกินตัว
2. เตรียมความพร้อมต่อความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ผลกระทบเชิงลบ

1. อาจกระทบความเป็นอยู่ของลูกค้าและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
2. ความเสี่ยงจาก Climate Transition อาจส่งผลต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจของลูกค้าในบางกลุ่ม

ผลกระทบเชิงบวก

1. ลดความผันผวนของผลประกอบการและเสริมความมั่นคงทางการเงิน
2. เพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเจ้าหนี้ผ่านการบริหารความเสี่ยงที่รอบด้าน

ผลกระทบเชิงลบ

1. อาจกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานและกำไรขององค์กร
2. ต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้นจากกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและการไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการลด GHG

การบริหารจัดการความเสี่ยงครอบคลุมทุกมิติ

100%

100%

4. การรักษาข้อมูลและความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ


การป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า

ปานกลาง

ปานกลาง

ผลกระทบเชิงบวก

1. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิของลูกค้า

ผลกระทบเชิงลบ

1. อาจกระทบความเชื่อมั่นของสังคมและผู้มีส่วนได้เสีย

ผลกระทบเชิงบวก

1. ลดความเสียหายทางการเงินจากเหตุการณ์ด้านไซเบอร์ และความเชื่อมั่นของลูกค้า

ผลกระทบเชิงลบ

1. ค่าใช้จ่ายในการลงทุนและการปฏิบัติตามกฎหมายเพิ่มขึ้น

เหตุการณ์ละเมิดความปลอดภัยระบบสารสนเทศ

0
เหตุการณ์

0
เหตุการณ์

5. การบริหารห่วงโซ่อุปทาน


การบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนและยกระดับมาตรฐาน ESG ของคู่ค้า

ต่ำ

ปานกลาง

ผลกระทบเชิงบวก

1. สนับสนุนให้เกิดการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบผ่านการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน

ผลกระทบเชิงลบ

1. อาจเกิดความเสี่ยงจากคู่ค้าในช่วงเปลี่ยนผ่าน หากไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานได้อย่างเหมาะสม

ผลกระทบเชิงบวก

1. ส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างที่มีประสิทธิภาพ บรรเทาความเสี่ยงด้าน ESG

ผลกระทบเชิงลบ

1. ค่าใช้จ่ายและทรัพยากรในการติดตามประเมินคู่ค้าอาจเพิ่มขึ้น รวมถึงความซับซ้อนในการตรวจสอบตามมาตรฐาน

คู่ค้ารายสำคัญได้รับการประเมินความเสี่ยง

100%

100%

6. การส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน


การเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงินเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก

ปานกลาง

ปานกลาง

ผลกระทบเชิงบวก

1. กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจระดับชุมชน สนับสนุนการประกอบอาชีพและสร้างรายได้
2. ลดข้อจำกัดของกลุ่มเปราะบางในการเข้าถึงบริการทางการเงิน

ผลกระทบเชิงลบ

1. อาจก่อความเสี่ยงด้านหนี้ครัวเรือน

ผลกระทบเชิงบวก

1. ขยายฐานลูกค้า ส่งเสริมโอกาสการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ

ผลกระทบเชิงลบ

1. เพิ่มความเสี่ยงด้านเครดิต
2. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้น

ยอดสินเชื่อคงค้าง

เพิ่มขึ้น
10%

เพิ่มขึ้น
11.56%

7. การให้สินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ


การบูรณาการปัจจัย ESG ในกระบวนการพิจารณาสินเชื่อเพื่อป้องกันหนี้เกินตัวและรักษาเสถียรภาพพอร์ต

ปานกลาง

สูง

ผลกระทบเชิงบวก

1. ลดความเสี่ยงปัญหาหนี้เกินตัว
2. ลดโอกาสที่เงินกู้ถูกนำไปใช้ในกิจกรรมที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบ

ผลกระทบเชิงลบ

1. ความเสี่ยงด้านหนี้เกินตัวจากการเข้าถึงสินเชื่อโดยง่าย
2. อาจนำไปสู่ข้อร้องเรียนและผลกระทบทางสังคม

ผลกระทบเชิงบวก

1. ลดความเสี่ยง NPL/ECL และรักษาคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ

ผลกระทบเชิงลบ

1. ต้นทุนและเวลาการพิจารณาสินเชื่ออาจเพิ่มขึ้น
2. ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงและบทลงโทษทางกฎหมายอาจเพิ่มขึ้น

จำนวนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตาม Market Conduct

0 ครั้ง

0 ครั้ง

8. การให้ความรู้ทางการเงิน


การส่งเสริมความรู้ทางการเงินเพื่อยกระดับวินัยทางการเงินและลดความเสี่ยงหนี้ครัวเรือน

ต่ำ

ต่ำ

ผลกระทบเชิงบวก

1. ส่งเสริมความมั่นคงทางการเงินและลดความเสี่ยงหนี้เกินตัว
2. สนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนที่ยั่งยืน

ผลกระทบเชิงลบ

1. อาจเกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
2. หากสื่อสารไม่ชัดเจน อาจทำให้ลูกค้าเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน

ผลกระทบเชิงบวก

1. ลูกค้าบริหารหนี้ได้ดีขึ้น ส่งผลดีต่อคุณภาพพอร์ตสินเชื่อในระยะยาว

ผลกระทบเชิงลบ

1. ต้องใช้ทรัพยากรในการพัฒนาเนื้อหาและกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

จำนวนผู้ติดตามรวมทุกช่องทาง

ไม่ต่ำกว่า
400k

607.6k
ราย

9. สิทธิมนุษยชน


การเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน พร้อมบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่คุณค่า

ปานกลาง

ปานกลาง

ผลกระทบเชิงบวก

1. สนับสนุนสภาพแวดล้อมการทำงานที่เคารพศักดิ์ศรีและความเท่าเทียม
2. ลดความเสี่ยงการละเมิดสิทธิที่อาจกระทบลูกค้า พนักงาน และชุมชน

ผลกระทบเชิงลบ

1. หากเกิดการละเมิดสิทธิ อาจนำไปสู่ข้อร้องเรียน ความขัดแย้ง และผลกระทบในวงกว้าง

ผลกระทบเชิงบวก

1. ลดความเสี่ยงด้านชื่อเสียงและความเสี่ยงทางกฎหมายจากประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ผลกระทบเชิงลบ

1. ค่าใช้จ่ายและทรัพยากรในการกำกับดูแล ตรวจสอบ และติดตามการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนอาจเพิ่มขึ้น

เหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชน

0
เหตุการณ์

0
เหตุการณ์

10. สิทธิมนุษยชนความเป็นอยู่ที่ดีของบุคลากร


การยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างเป็นธรรมและปลอดภัย

ปานกลาง

ต่ำ

ผลกระทบเชิงบวก

1. ส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการทำงานและความมั่นคงของบุคลากร
2. ยกระดับสวัสดิภาพของพนักงาน

ผลกระทบเชิงลบ

1. อาจส่งผลต่อคุณภาพการให้บริการและการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างไม่เป็นธรรม

ผลกระทบเชิงบวก

1. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ความผูกพันของบุคลากร ลดอัตราการลาออกในระยะยาว

ผลกระทบเชิงลบ

1. ต้นทุนด้านสวัสดิการ การสรรหา และกิจกรรมส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีอาจเพิ่มขึ้น

ผลคะแนนความพึงพอใจของพนักงาน

ไม่ต่ำกว่า
80%

87.03%

11. การพัฒนาศักยภาพของพนักงาน


การพัฒนาศักยภาพพนักงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรและคุณภาพการให้บริการ

ต่ำ

ต่ำ

ผลกระทบเชิงบวก

1. ส่งเสริมโอกาสการเติบโตของพนักงานและความมั่นคง
2. ยกระดับศักยภาพแรงงานและคุณภาพการให้บริการ

ผลกระทบเชิงลบ

1. อาจส่งผลต่อความผิดพลาดในการให้บริการและกระทบลูกค้า

ผลกระทบเชิงบวก

1. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร

ผลกระทบเชิงลบ

1. ค่าใช้จ่ายและทรัพยากรในการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพพนักงานอาจเพิ่มขึ้น

ชั่วโมงอบรมพนักงานเฉลี่ย

ไม่ต่ำกว่า
6 ชั่วโมง/
คน/ปี

14.68
ชั่วโมง/
คน/ปี

12. การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า


การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าเพื่อสร้างความไว้วางใจอย่างยั่งยืน

ปานกลาง

ปานกลาง

ผลกระทบเชิงบวก

1. เพิ่มความไว้วางใจและความผูกพันของลูกค้า รวมถึงการพัฒนาความรู้ทางการเงินและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ผลกระทบเชิงลบ

1. การจัดการข้อร้องเรียนที่ไม่เหมาะสมอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในวงกว้าง

ผลกระทบเชิงบวก

1. รักษาฐานลูกค้าและสร้างความพึงพอใจ
2. ลดความเสี่ยงด้านชื่อเสียงและข้อพิพาททางกฎหมาย

ผลกระทบเชิงลบ

1. ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบและคุณภาพการให้บริการ

ผลคะแนนความพึงพอใจของลูกค้า

ไม่ต่ำกว่า
80%

93.78%

13. อาชีวอนามัยและความปลอดภัย


การเสริมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยตามมาตรฐาน

ต่ำ

ต่ำ

ผลกระทบเชิงบวก

1. ลดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บจากการทำงาน สร้างวัฒนธรรมที่คำนึงถึงความปลอดภัยและความรับผิดชอบ

ผลกระทบเชิงลบ

1. ผลกระทบต่อสุขภาพของพนักงานและผู้เกี่ยวข้อง

ผลกระทบเชิงบวก

1. ลดความเสี่ยงด้านการหยุดชะงักในการดำเนินงาน

ผลกระทบเชิงลบ

1. ค่าใช้จ่ายในการลงทุนด้านมาตรการความปลอดภัย
2. ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงและค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย

จำนวนการเกิดอุบัติเหตุจนถึงขั้นหยุดงาน

0 ครั้ง

51 ครั้ง

14. การพัฒนาชุมชนและสังคม


การพัฒนาชุมชนและสังคมเพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

ต่ำ

ต่ำ

ผลกระทบเชิงบวก

1. ยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มโอกาสของคนในชุมชน

ผลกระทบเชิงลบ

1. หากการออกแบบโครงการไม่ตรงความต้องการ อาจไม่เกิดผลลัพธ์ที่สอดคล้องความคาดหวังของชุมชนและสังคม

ผลกระทบเชิงบวก

1. เสริมสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์องค์กร
2. เพิ่มความผูกพันกับชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่

ผลกระทบเชิงลบ

1. ค่าใช้จ่ายและทรัพยากรในการดำเนินโครงการอาจเพิ่มขึ้น

จำนวนผู้ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ

ไม่ต่ำกว่า
50,000 ราย

31,837
ราย

15. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


การบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ปานกลาง

ปานกลาง

ผลกระทบเชิงบวก

1. มีส่วนร่วมในการลดการปล่อยคาร์บอน และบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
2. ส่งเสริมความพร้อมของชุมชนและลูกค้าในการปรับตัว

ผลกระทบเชิงลบ

1. อาจกระทบต่อคุณภาพชีวิต รายได้ และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าในบางพื้นที่

ผลกระทบเชิงบวก

1. วางตำแหน่งองค์กรในฐานะผู้ให้บริการทางการเงินที่คำนึงถึงความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ
2. เปิดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ให้ความสำคัญกับ ESG

ผลกระทบเชิงลบ

1. ต้นทุนด้านการปรับตัว
2. ความเสี่ยงต่อพอร์ตสินเชื่อในช่วงเปลี่ยนผ่าน

ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

ลดลง 10%

ลดลง 12.30%

16. การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า


การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงาน

ปานกลาง

ปานกลาง

ผลกระทบเชิงบวก

1. อนุรักษ์ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงานขององค์กร

ผลกระทบเชิงลบ

1. อาจมีความท้าทายในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่แนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้น

ผลกระทบเชิงบวก

1. ลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวจากการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

ผลกระทบเชิงลบ

1. เพิ่มภาระด้านกระบวนการและขั้นตอนในการติดตาม บันทึกและรายงานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม

ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบยอดสินเชื่อ

ลดลง 20%

ลดลง 26.22%

17. ความหลากหลายทางชีวภาพ


การบริหารผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพจากการดำเนินธุรกิจและการให้สินเชื่อ

ต่ำ

ต่ำ

ผลกระทบเชิงบวก

1. ลดโอกาสที่เงินกู้จะถูกใช้กับกิจกรรมที่ทำลายระบบนิเวศสำคัญ
2. คำนึงถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศในการเลือกพื้นที่ตั้งสาขา

ผลกระทบเชิงลบ

1. อาจกระทบคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของชุมชนในระยะยาว

ผลกระทบเชิงบวก

1. ลดความเสี่ยงด้านชื่อเสียงจากการถูกเชื่อมโยงกับกิจกรรมหรือพื้นที่ที่กระทบสิ่งแวดล้อมรุนแรง

ผลกระทบเชิงลบ

1. อาจจำกัดโอกาสทางธุรกิจบางส่วน หากต้องหลีกเลี่ยงการขยายสาขาในพื้นที่อ่อนไหวต่อระบบนิเวศ

จำนวนสาขาที่สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศ

0 สาขา

0 สาขา

แนวทางการบริหารจัดการประเด็นที่มีนัยสำคัญ

การบูรณาการปัจจัย ESGในการวิเคราะห์สินเชื่อ

  • 3. การบริหารจัดการความเสี่ยง
  • 7. การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ

MTC บูรณาการปัจจัย ESG ในกระบวนการพิจารณาสินเชื่อผ่านระบบ ESMS เพื่อคัดกรอง จัดระดับความเสี่ยง กำหนดมาตรการบรรเทา และติดตามตลอดอายุสัญญา เพื่อหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม แนวทางดังกล่าวช่วยยกระดับคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ ลดความเสี่ยงเชิงระบบ และส่งเสริมการประกอบอาชีพของลูกค้าให้สอดคล้องกับชุมชน นำไปสู่ความยั่งยืนขององค์กรและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในพื้นที่ให้บริการ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

  • 15. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • 16. การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

MTC ตั้งเป้าสู่ Net Zero ภายในปี 2050 โดยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ใช้พลังงานหมุนเวียน และบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการปลูกฝังความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมทั่วทั้งองค์กร

บริษัทฯ บูรณาการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศทั้งด้านกายภาพและการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การบริหารความเสี่ยงองค์กร เพื่อนำไปกำหนดกลยุทธ์ เสริมสร้างความยืดหยุ่น และรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจในระยะยาว

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า และความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล

  • 4. การรักษาข้อมูลและความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

MTC บริหารจัดการข้อมูลตามกรอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับกฎหมาย พร้อมแต่งตั้ง DPO กำกับดูแลอย่างเป็นระบบ และกำหนดมาตรการความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ครอบคลุมการกำหนดสิทธิการเข้าถึง การป้องกันการใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต การบริหารจัดการเหตุการณ์ไซเบอร์ และการแจ้งเหตุข้อมูลรั่วไหลตามที่กฎหมายกำหนด ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้แก่พนักงานและทบทวนประสิทธิภาพของมาตรการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การบริหารจัดการข้อมูลโปร่งใส เป็นไปตามมาตรฐาน และสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ

แนวปฏิบัติด้านการนำเสนอ และการขายผลิตภัณฑ์

  • 3. การบริหารจัดการความเสี่ยง
  • 12. การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า

MTC ดำเนินธุรกิจสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบตามหลัก Market Conduct เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อการตัดสินใจอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส

บริษัทฯ บริหารจัดการการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเสนอขาย การสื่อสาร ไปจนถึงการจัดการข้อร้องเรียน พร้อมติดตามความพึงพอใจเพื่อนำมาปรับปรุงกระบวนการ ยกระดับประสบการณ์ และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า

การดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม

  • 1. การกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจ

MTC ยึดมั่นการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการดำเนินธุรกิจตามหลักจรรยาบรรณ ด้วยความโปร่งใสและความเป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสีย ภายใต้กรอบธรรมาภิบาลที่สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

บริษัทให้ความสำคัญกับการป้องกันการทุจริต การจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ระบบควบคุมภายใน และกลไกการแจ้งเบาะแส พร้อมปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรด้านจริยธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืน