คู่ค้าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ บริษัทฯ
จึงกำหนดแนวปฏิบัติด้านการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส ยุติธรรม และตรวจสอบได้
ครอบคลุมการคัดเลือกคู่ค้า จรรยาบรรณธุรกิจ กระบวนการติดตามและประเมินผล
รวมถึงการบริหารความสัมพันธ์ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อคุณภาพการให้บริการ ภาพลักษณ์
และการดำเนินงานของบริษัทฯ
พร้อมทั้งส่งเสริมศักยภาพคู่ค้าให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งในระยะยาว
กลยุทธ์การจัดการห่วงโซ่อุปทาน
- ปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเป็นธรรม มีการกำหนดนโยบายแนวปฏิบัติและ
จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจด้านการจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส
และการปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเป็นธรรม มีกระบวนการตรวจสอบและติดตามผลตลอดวงจร
- การบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ มีแนวทางการคัดกรองคู่ค้าที่เป็นระบบ
มีการกำหนดกลุ่มคู่ค้าเพื่อการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ประเมินความเสี่ยงคู่ค้าครอบคลุมมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
- จัดให้คู่ค้าได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ รวมถึงดำเนินการจัดโครงการและกิจกรรมต่าง
ๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืน
100% ของคู่ค้ารายสำคัญผ่านการ ประเมินความเสี่ยงตามหลักเกณฑ์ ESG
ระยะเวลาเฉลี่ยในการชำระเงินให้กับคู่ค้าเท่ากับ 25 วัน
ซึ่งเป็นไปตามแนวปฏิบัติที่บริษัทฯกำหนดไว้ภายใน 30 วัน
-
ดำเนินธุรกิจตามกฎหมายด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นธรรม
-
รักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
-
ปฏิบัติตามกฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญา
-
มีการเปิดเผยข้อมูล กรณีที่อาจเป็นการขัดแย้งกันทางผลประโยชน์
-
สนับสนุนให้คู่ค้าจัดซื้ออย่างรับผิดชอบ
-
มีการตรวจสอบเมื่อพบข้อผิดพลาดที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้าภายหลังจากการส่งมอบงานแล้ว
-
ไม่เรียก - รับหรือจ่ายผลประโยชน์อื่นใดที่ไม่สุจริตในการค้า
-
เคารพในความแตกต่างและปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ
-
ไม่รับผลประโยชน์จากการบังคับใช้แรงงานและกดขี่แรงงานในทุกรูปแบบ
-
ไม่ใช้แรงงานเด็กที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด หากมีต้องมีการคุ้มครองอย่างเหมาะสม
-
มีค่าจ้างและค่าตอบแทนต่อพนักงานและแรงงานที่เหมาะสมและเป็นธรรม
มีสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับตามที่กฎหมายกำหนด
-
ไม่จ้างแรงงานผิดกฎหมาย
-
ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
-
จัดให้มีสภาพแวดล้อมการทำงาน อุปกรณ์ที่ปลอดภัย ถูกต้องตามหลักอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
-
ไม่ละเลยต่อการกระทำในสถานที่ทำงานที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อพนักงาน
-
มีแนวทางการป้องกัน แก้ไข และเยียวยา ในประเด็นความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
-
มีการดำเนินธุรกิจที่ปฏิบัติตามข้อบังคับและกฎหมายสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศและท้องถิ่น
-
พิจารณาถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจหรือมีผลต่อธุรกิจ
-
สนับสนุนให้คู่ค้าใช้ผลิตภัณฑ์ บริการ หรือกระบวนการ ที่เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
-
สนับสนุนให้คู่ค้าได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางธุรกิจของคู่ค้า
การคัดเลือกคู่ค้า
บริษัทฯ มีแนวทางการคัดกรองคู่ค้าที่เป็นระบบ โดยตัวอย่างหลักเกณฑ์ในการคัดเลือก คู่ค้าที่บริษัทฯ
ใช้ ได้แก่
- ราคา คุณภาพของสินค้าหรือบริการ
- การให้บริการหลังการขายและการรับประกัน
- ธุรกิจสามารถตรวจสอบได้ และไม่มีประวัติการทุจริตภายในองค์กร
- การดำเนินงานด้าน ESG ของคู่ค้า
การกำหนดกลุ่มคู่ค้าสำคัญ
บริษัทฯ ได้มีการจัดกลุ่มคู่ค้าออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. คู่ค้าสำคัญ (Critical Tier1)
- พิจารณาจากยอดการสั่งซื้อสูงสุดจำนวน 20 อันดับ
2. คู่ค้าสำคัญที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับบริษัทฯ โดยตรง (Critical Non-Tier1)
- เป็นคู่ค้าอื่น ๆ นอกเหนือจากคู่ค้าสำคัญ (Critical Tier 1)
โดยในปี 2568 บริษัทฯ มีคู่ค้าทั้งสิ้น 170 ราย เป็นคู่ค้าสำคัญ (Critical Tier 1)
และคู่ค้าสำคัญที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง (Critical Non-Tier 1) คิดเป็นร้อยละ 11.76 และ
88.24 ตามลำดับ
บริษัทฯ จัดให้มีการประเมินความเสี่ยงคู่ค้าสำคัญ (Critical Tier 1) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ผ่านแบบประเมินคู่ค้า เพื่อพิจารณาความเสี่ยงด้าน ESG ด้านความโปร่งใส
และความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชันที่อาจเกิดขึ้น
เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้คู่ค้ามีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
โดยมีหลักเกณฑ์ในการประเมินในด้านต่าง ๆ ดังนี้
- การประเมินด้านเศรษฐกิจ ปริมาณคู่ค้าในท้องตลาด คุณภาพของสินค้า และความรวดเร็วในการจัดส่ง
- การประเมินด้านสังคม ค่าตอบแทน สวัสดิการ สิทธิมนุษยชน ความปลอดภัย
และการปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมาย
- การประเมินด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการของเสียที่เป็นมลพิษ และการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก
จากการประเมินความเสี่ยงคู่ค้าสำคัญ (Critical Tier1)
“ไม่มีความเสี่ยงจากคู่ค้า”
การพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืน
บริษัทฯ เปิดโอกาสให้คู่ค้าแสดงความคิดเห็น
และข้อเสนอแนะพร้อมจัดโครงการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาความร่วมมืออย่างยั่งยืน
ควบคู่กับการสื่อสารนโยบายการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันไปยังคู่ค้าปัจจุบันและคู่ค้ารายใหม่ผ่านช่องทางอีเมล
โดยในปี 2568 มีคู่ค้าตอบรับจำนวน 83 ราย คิดเป็นร้อยละ 48.82